ทำอย่างไรให้สอนน้อยลง…ได้เรียนรู้มากขึ้น

มีผู้กล่าวว่า “การปรับการเรียน เปลี่ยนการสอน” เป็นแนวคิดสู่การปฏิบัติที่เริ่มทำมานานมากกว่า 10 ปีแล้ว แต่กลับเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่ายสำหรับครูส่วนมาก เมื่ออบรมเสร็จแล้ว ก็ขาดการนำไปใช้จริงในห้องเรียนมักเป็นเรื่องสูญเปล่า ดังนั้นการนิเทศภายในของสถานศึกษายังมีความจำเป็นในการจัดการเรียน  การสอนของครู ซึ่งการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเป็นกิจกรรมร่วมกัน อย่างใกล้ชิดระหว่างผู้เรียนกับผู้สอน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตร ในส่วนของการเรียนการสอน หากผู้สอนใช้เวลาในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนน้อยลง แต่เพิ่มเวลาให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าเพิ่มขึ้น และผู้เรียนเกิดการเรียน รู้มาก  ย่อมถือว่าเป็นประสิทธิภาพในการสอนดีของครูที่เลือกใช้นวัตกรรมการสอนได้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน นับเป็นการสอนน้อยลง…ได้เรียนรู้มากขึ้น (Teach less , Learn More) ถ้าเปรียบได้กับทางด้านเศรษฐกิจ เราจะลงทุนน้อยได้กำไรมาก ส่วนผู้สอนได้ใช้ความพยายามเป็นอย่างยิ่ง มีความเหนื่อยยาก และใช้เวลาเพื่อการนี้เป็นจำนวนมากจนไม่มีเวลาที่จะทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่มนุษย์ปกติเขาทำกัน แต่ผลที่ได้ออกมามันไม่มากเหมือนที่ได้ตั้งใจร่วมกันเอาไว้ กล่าวคือ คนเรียนสอบตกมากกว่าสอบได้ ดังผลการทดสอบระดับชาติที่ปรากฏให้ทราบกันแล้ว นับเป็นการลงทุนมากแต่ได้กำไรน้อย และเมื่อพบว่าประสิทธิภาพของการเรียนการสอนน้อยหรือต่ำ

          ในศตวรรษที่ 21  ครูต้องการจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิผลมากขึ้น ใช้เวลาในการสอนน้อยลงและผู้เรียนมีความเข้าใจมากขึ้น ต้องทำอย่างไรจึงจะยกระดับคุณภาพการเรียนการสอน ผู้เรียนแต่ละคน มีวิธีการรับรู้ต่างกัน สามารถเรียนรู้ด้วยทักษะที่ต่างกัน มีความถนัดในการทำความเข้าใจที่ไม่เหมือนกัน ครูที่เข้าใจในวิธีการรับรู้และการเรียนรู้ประเภทต่างๆ จะสามารถยก ระดับคุณภาพการเรียนการสอนให้สูงขึ้นได้ โดยใช้เวลาน้อยลงกว่าเดิมและมีประสิทธิผลมากขึ้น มีเวลาในการทำกิจกรรมอื่นๆเพิ่มขึ้น จะส่งผลให้สัมพันธภาพระหว่างผู้สอนกับผู้เรียนดีขึ้น มีความเข้าใจกันมากขึ้น ผู้เรียนมีแรงจูงใจในการเรียน มุ่งมั่นในการเรียนรู้ ผลการเรียนดีขึ้น และให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมต่างๆมากขึ้น

นอกจากสอนน้อยแล้ว ที่สำคัญกว่านั้นคือ สอนเท่าที่จำเป็น ครูต้องรู้ว่าตรงไหนควรสอน ตรงไหนไม่ควรสอน เพราะเด็กเรียนได้เอง โดยครูออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนให้เด็กเรียนจากกิจกรรม นั้น แล้วครูชวนเด็กฝึกค้นคว้าหาความรู้ ว่าได้เรียนรู้อะไรบ้าง และยังไม่ได้เรียนรู้อะไรบ้าง ครูจะเข้าใจอัตราความเร็วของการเรียนรู้ของเด็กที่หัวไวไม่เท่ากัน และที่สำคัญยิ่งคือ ให้เด็กบอกว่าอยากเรียนรู้อะไรบ้าง   สำหรับครูเอามาออกแบบการเรียนรู้ต่อไป ในส่วนของพฤติกรรม นักเรียนเป็นหน้าที่ของครู ว่าครูเอาใจใส่นักเรียนเป็นรายคน และเอาใจใส่อนาคตของเด็กแต่ละคน ต้องการอำนวยความสะดวกในการเรียนรู้เพื่ออนาคตของศิษย์ทุกคน

ทำอย่างไรให้สอนน้อยลง…ได้เรียนรู้มากขึ้น

มีผู้กล่าวว่า “การปรับการเรียน เปลี่ยนการสอน” เป็นแนวคิดสู่การปฏิบัติที่เริ่มทำมานานมากกว่า 10 ปีแล้ว แต่กลับเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่ายสำหรับครูส่วนมาก เมื่ออบรมเสร็จแล้ว ก็ขาดการนำไปใช้จริงในห้องเรียนมักเป็นเรื่องสูญเปล่า ดังนั้นการนิเทศภายในของสถานศึกษายังมีความจำเป็นในการจัดการเรียน การสอนของครู ซึ่งการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเป็นกิจกรรมร่วมกัน อย่างใกล้ชิดระหว่างผู้เรียนกับผู้สอน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตร ในส่วนของการเรียนการสอน หากผู้สอนใช้เวลาในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนน้อยลง แต่เพิ่มเวลาให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าเพิ่มขึ้น และผู้เรียนเกิดการเรียน รู้มาก ย่อมถือว่าเป็นประสิทธิภาพในการสอนดีของครูที่เลือกใช้นวัตกรรมการสอนได้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน นับเป็นการสอนน้อยลง…ได้เรียนรู้มากขึ้น (Teach less , Learn More) ถ้าเปรียบได้กับทางด้านเศรษฐกิจ เราจะลงทุนน้อยได้กำไรมาก ส่วนผู้สอนได้ใช้ความพยายามเป็นอย่างยิ่ง มีความเหนื่อยยาก และใช้เวลาเพื่อการนี้เป็นจำนวนมากจนไม่มีเวลาที่จะทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่มนุษย์ปกติเขาทำกัน แต่ผลที่ได้ออกมามันไม่มากเหมือนที่ได้ตั้งใจร่วมกันเอาไว้ กล่าวคือ คนเรียนสอบตกมากกว่าสอบได้ ดังผลการทดสอบระดับชาติที่ปรากฏให้ทราบกันแล้ว นับเป็นการลงทุนมากแต่ได้กำไรน้อย และเมื่อพบว่าประสิทธิภาพของการเรียนการสอนน้อยหรือต่ำ
ในศตวรรษที่ 21 ครูต้องการจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิผลมากขึ้น ใช้เวลาในการสอนน้อยลงและผู้เรียนมีความเข้าใจมากขึ้น ต้องทำอย่างไรจึงจะยกระดับคุณภาพการเรียนการสอน ผู้เรียนแต่ละคน มีวิธีการรับรู้ต่างกัน สามารถเรียนรู้ด้วยทักษะที่ต่างกัน มีความถนัดในการทำความเข้าใจที่ไม่เหมือนกัน ครูที่เข้าใจในวิธีการรับรู้และการเรียนรู้ประเภทต่างๆ จะสามารถยก ระดับคุณภาพการเรียนการสอนให้สูงขึ้นได้ โดยใช้เวลาน้อยลงกว่าเดิมและมีประสิทธิผลมากขึ้น มีเวลาในการทำกิจกรรมอื่นๆเพิ่มขึ้น จะส่งผลให้สัมพันธภาพระหว่างผู้สอนกับผู้เรียนดีขึ้น มีความเข้าใจกันมากขึ้น ผู้เรียนมีแรงจูงใจในการเรียน มุ่งมั่นในการเรียนรู้ ผลการเรียนดีขึ้น และให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมต่างๆมากขึ้น นอกจากสอนน้อยแล้ว ที่สำคัญกว่านั้นคือ สอนเท่าที่จำเป็น ครูต้องรู้ว่าตรงไหนควรสอน ตรงไหนไม่ควรสอน เพราะเด็กเรียนได้เอง โดยครูออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนให้เด็กเรียนจากกิจกรรม นั้น แล้วครูชวนเด็กฝึกค้นคว้าหาความรู้ ว่าได้เรียนรู้อะไรบ้าง และยังไม่ได้เรียนรู้อะไรบ้าง ครูจะเข้าใจอัตราความเร็วของการเรียนรู้ของเด็กที่หัวไวไม่เท่ากัน และที่สำคัญยิ่งคือ ให้เด็กบอกว่าอยากเรียนรู้อะไรบ้าง สำหรับครูเอามาออกแบบการเรียนรู้ต่อไป ในส่วนของพฤติกรรม นักเรียนเป็นหน้าที่ของครู ว่าครูเอาใจใส่นักเรียนเป็นรายคน และเอาใจใส่อนาคตของเด็กแต่ละคน ต้องการอำนวยความสะดวกในการเรียนรู้เพื่ออนาคตของศิษย์ทุกคน

โรงเรียนคุณภาพ

การพัฒนาคุณภาพการศึกษา เป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาคนให้เป็นพลเมืองที่ดี การจัดการศึกษามีความมุ่งหมายให้เยาวชนของชาติเป็นคนดี คนเก่ง และอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ดังนั้นการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง ซึ่งมีหลักการในการพัฒนาด้านคุณภาพ โอกาส การมีส่วนร่วมนั้นเอง การพัฒนาโรงเรียนคุณภาพ จำเป็นต้องมีระบบพี่เลี้ยง เพื่อสร้างความอบอุ่น มั่นใจด้วยความเป็นกัลยาณมิตรจากโรงเรียนพี้เลี้ยงที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาคุณภาพแล้ว ดังนั้นโรงเรียนคุณภาพจะมีความพร้อมสามารถให้บริการทางการศึกษาที่มีคุณภาพและเอื้อต่อการจัดการศึกษาปฐมวัยและการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาพิเศษ ตลอดจนเป็นศูนย์รวมการบริการและเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน โดยชุมชนมีส่วนร่วมและเกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของ มีความเชื่อมั่น ศรัทธาส่งบุตรหลายเข้าเรียนในโรงเรียน นำไปสู่การลดค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง การสร้างสรรค์ คุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน โดยโรงเรียนและชุมชนสามารถจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์และมีประสิทธิภาพ นำไปสู่ความสำเร็จของโรงเรียน ทำให้โรงเรียนน่าอยู่ ครูดี นักเรียนมีคุณภาพ ชุมชนร่วมใจ ใช้ประโยชน์ร่วมกัน
โรงเรียนคุณภาพ จึงเป็นโรงเรียนที่มีความพร้อมทั้งด้านกายภาพและคุณภาพมาตรฐานการศึกษาระดับสูงตามเกณฑ์มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีความเข้มแข็งด้านวิชาการ การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ดังนี้
1. ด้านกายภาพ โรงเรียนต้องมีสภาพภูมิทัศน์สะอาด ร่มรื่น สวนงาม ปลอดภัยเอื้อต่อการเรียนรู้
โรงเรียนมีอาคารเรียน อาคารประกอบ ห้องสมุด ห้องปฏิบัติการ ครบถ้วนเพียงพอ โรงเรียนมีวัสดุ อุปกรณ์ ครุภัณฑ์ครบถ้วนเพียงพอ โรงเรียนมีผู้บริหาร ครูและบุคลากรที่มีศักยภาพมีจำนวนครบถ้วนเพียงพอ
2. ด้านคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา โรงเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอยู่ในระดับสูง ไม่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศใน 5 กลุ่มสาระหลัก ได้แก่ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาต่างประเทศ และสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนมีความเป็นเลิศด้านดนตรี กีฬา ศิลปะ และเทคโนโลยี โรงเรียนมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ 8 ประการ คือ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์ สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นการทำงาน รักความเป็นไทยและมีจิตสาธารณะ โรงเรียนมีสมรรถนะสำคัญ 5 ประการ คือ ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิตและความสามารถในการใช้เทคโนโลยี นักเรียนมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี
ดังนั้นการดำเนินงานการพัฒนาโรงเรียนคุณภาพจึงสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของกระทรวงศึกษาธิการที่ว่า “จัดการศึกษาโดย ยึดนักเรียนเป็นศูนย์กลาง มุงกระจายโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม ทั้งในเมืองและชนบทพร้อมจัดการศึกษาที่มีคุณภาพสำหรับทุกคน การศึกษาจะนำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งของประชาชน ประชาชนที่เข้มแข็งและมีความรู้คือทุนที่มีพลังในการต่อสู่กับความยากจน”(Quality student-centred education is provided for everyone with distribution of equitable education opportunities, in cities, rural and outreached areas. Education leads to people,s vigour building. Vigourous and knowledgeable people are powerful capital to fight with poverty.)